การออกแบบสิ่งพิมพ์

posted on 25 Jul 2008 14:27 by design-prt1330

 

                        

    การออกแบบ หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประโยชน์และความงามด้วยการนำทัศนธาตุ
ทางศิลปะและหลักการจัดส่วนประกอบของงานออกแบบมาใช้ รวมไปถึงการปรับปรุงของเดิมที่มี
อยู่แล้วดัดแปลงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

    ดังนั้น การสร้างสิ่งใดๆ ก็ตาม สิ่งแรกจะต้องเริ่มด้วย การออกแบบ อาจจะออกแบบโดยการคิด
หรือมีความคิดอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นแนวคิดของผู้สร้างเพียงคนเดียว และสามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ
ได้ ซึ่งก็เป็นการออกแบบเหมือนกันแต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์นัก การออกแบบที่ถูกต้องจะต้องสามารถ
ให้มองเห็นแบบ อาจจะเป็นภาพหรือแบบจำลองที่มีขนาดสัดส่วนให้สามารถมองเห็นผลงานที่จะสร้าง
ได้ชัดเจน


    ศิลปะการพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ( Graphic )เป็นเรื่องของการส่งข่าวสารทางสายตา ซึ่งมีความสัมพันธ์
และมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ตัวอักษร สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ป้ายโฆษณา โปสเตอร์
หนังสือพิมพ์ หนังสือ สัญญาณจราจร เป็นต้น


"การออกแบบสิ่งพิมพ์ หรือ Graphic Design"คือ การออกแบบเพื่อการเผยแพร่ เป็นงานออกแบบ
ที่มุ่งชักชวนเรียกร้อง หรือเผยแพร่ ผลิตภัณฑ์ บริการ และความคิดต่างๆ ซึ่งเป็นงานในลักษณะ
การพิมพ์ งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ งานโฆษณา ภาพถ่ายภาพยนตร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ นิทรรศการ
เป็นต้น การออกแบบสิ่งพิมพ์ เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบสื่อสาร (Communication Design)
สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างมาก คือ ผู้ออกแบบจะต้องมีทักษะเกี่ยวกับการทำงาน มีแนวคืดที่ก้าวหน้า
ทันสมัย ทั้งความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งเทคนิคต่างๆ

 


ทำไมต้องออกแบบสิ่งพิมพ์?


    ขั้นตอนการออกแบบสิ่งพิมพ์นับเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญของการพิมพ์

        - เพื่อให้ได้งานสิ่งพิมพ์ที่มีรูปแบบสวยงามทันสมัย

        - เพื่อให้สิ่งพิมพ์นั้นมีความน่าสนใจ

        - เพื่อให้สิ่งพิมพ์นั่นอ่านง่าย และน่าอ่าน

        - เพื่อให้ได้สิ่งพิมพ์ที่สามารถถ่ายทอดได้ตามวัตถุประสงค์

        - เพื่อใหได้้สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

        - เพื่อให้ได้สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมาย

        - เพื่อให้ได้สิ่งพิมพ์ที่มีความรู้สึกดึงดูดให้น่าสนใจ

        - เพื่อให้ได้สิ่งพิมพ์ที่เป็นไปตามความต้องการต่าง ๆ ทางด้านการตลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

หลักในการพิจารณาออกแบบสิ่งพิมพ์

1. วัตถุประสงค์ของงานพิมพ์ เป็นการกำหนดเป้าหมายว่า เป็นสิ่งพิมพ์สำหรับบุคคลในลักษณะ
ใด เช่น วัย เพศ ระดับการศึกษา หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะใด เช่น เป็นหนังสือทางวิชาการ เริงรมย์
สารคดี เป็นต้น

2. รูปร่างของงานพิมพ์ โดยปกติสิ่งพิมพ์มักมีรูปร่างมาตรฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดังนั้น
การพิมพ์ให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าจึงไม่ทำให้กระดาษเสียเศษ ซึ่งมีทั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง
(Portrait)และสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน (Landscape)

3. ตำแหน่งจุดแห่งความสนใจในงานพิมพ์ มักพบว่าผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์จะให้ความสำคัญแก่
ปกหน้าเป็นพิเศษกว่าส่วนอื่น ทั้งนี้เพราะเป็นจุดดึงดูดสายตา และสามารถสร้างความน่าสนในแก่ผู้ดูใน
กรณีที่มีการแข่งขันกับสิ่งพิมพ์อื่น ๆ สำหรับการจัดหน้าภายในหนังสือนั้นสมัยก่อนมักให้ความสำคัญหน้า
ขวามือ หรือหน้าคี่ ได้แก่ 1,3,5,7ไปตามลำดับ แต่ในปัจจุบันจากผลการวิจัยพบว่าผู้อ่านให้ความสำคัญ
แก่หน้าหนังสือทางซ้ายเท่า ๆ กับหน้าขวา ดังนั้นในการจัดหน้าจึงควรออกแบบตกแต่งให้มีความประณีต
น่าสนใจเท่า ๆ กันและจากการวิจัยพบว่าผู้ดูจะมีความสนใจต่อตำแหน่งต่าง ๆ ของหน้าไม่เท่ากัน โดย
ความสนใจจะมีมากบริเวณมุมบนซ้ายสำหรับหนังสือหน้าซ้าย และมุมบนขวาสำหรับหนังสือหน้าขวา
จากนั้นความสนใจจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับเมื่อสายตาเลื่อนลงมาข้างล่างและน้อยที่สุดเมื่อใกล้บริเวณ
พับกลางของหนังสือ



 

 

 

 

การวางตำแหน่งของ ข้อความที่ต้องการเน้นควรอยู่บนเส้น GOLDEN PROPORTION จะสามารถเร้า
ความสนใจจากผู้ดูได้ดีที่สุด

Golden Proportion การจัดพื้นที่สำหรับการพิมพ์หน้าเดียว นิยมจัดเว้นขอบด้านซ้ายและขวาให้
แคบเท่ากันและให้ขอบด้านบนกว้างกว่าด้านข้างเล็กน้อยโดยให้ขอบด้านล่างมีความกว้างมากที่สุด

 

4. ขนาดของกระดาษที่จะทำสิ่งพิมพ์ ขนาดของสิ่งพิมพ์ย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของกระดาษ
เป็นสำคัญ สำหรับประเทศไทยนิยมใช้กระดาษ ขนาด 31'21นิ้ว โดยเรียกเป็นกระดาษ 1 ยก

ขนาดโดยประมาณ

ชื่อขนาด

31 ´ 43 นิ้ว

21 ´ 31 นิ้ว

15 ´ 21 นิ้ว

ตัด 1

ตัด 2

ตัด 4

5. ศักยภาพของระบบการพิมพ์

5.1 การพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพลส ผลของการพิมพ์จะได้ลักษณะดังต่อไปนี้
- การพิมพ์พื้นที่ทึบ (Solid)หรือที่เรียกว่า “พื้นตาย”ของระบบนี้จะลงไปบนกระดาษ
ที่ไม่เคลือบผิวมักแสดงให้เห็นลักษณะงานพิมพ์ที่พิมพ์ไม่ทั่วอยู่เสมอ
- หมึกจะหนาบริเวณขอบตัวอักษรและเม็ดสกรีน และจะมีรอยแตกขรุขระตามตัวอักษร
- จะมีรอยนูนที่ด้านหลังของงานพิมพ์เนื่องจากแรงกดของแม่พิมพ์

5.2 การพิมพ์ระบบแม่พิมพ์ร่องลึก ผลของการพิมพ์จะมีลักษณะดังนี้
- ถ้าขยายอักษรให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะเห็นขอบของตัวอักษรมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อย
- ในการพิมพ์บนพื้นทึบอาจเกิดรอยสีขาวตามขอบของโพรงหมึกได้
- ถ้าใบปาดหมึกแตกเป็นรอยบิ่นแหว่ง ทำให้ปาดหมึกได้ไม่หมด เมื่อพิมพ์ออกมาจะเห็นเส้น
หมึกบนงานพิมพ์ได้

5.3 การพิมพ์ระบบออฟเซต การพิมพ์ระบบนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือตัวอักษรพบว่าหมึกจะติดทั่วทั้ง
ภาพอย่างสม่ำเสมอขอบภาพและขอบตัวอักษรจะมีความคมชัดโดยมีการอัดบี้ตามขอบภาพเหมือน
การพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรส

5.4 การพิมพ์ระบบซิลคสกรีน การพิมพ์ระบบนี้ปริมาณหมึกพิมพ์จะติดบนชิ้นงานมากกว่าการพิมพ์
ด้วยระบบอื่น จนสามารถสัมผัสได้
- เป็นการพิมพ์ซึ่งสามารถพิมพ์ได้บนวัสดุทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ไม้ แก้ว โลหะ หนัง
พลาสติก ฯลฯ และสามารถพิมพ์ได้บนชิ้นภาพทุกลักษณะไม่ว่าจะเป็นผิวเรียบ ผิวโค้ง และ
ทรงกลม เช่น ขวด แก้ว ฯลฯ

ดังนั้น ผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจต่อลักษณะของการพิมพ์แต่ละระบบอย่างลึกซึ้ง เพื่อ
จะได้เลือกระบบการพิมพ์ให้ตรงกับความต้องการของงานพิมพ์ โดยมีหลักใน
การพิจารณาดังนี้

1. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรส
- มีจำนวนในการพิมพ์ไม่เกิน 2,000 ชุด
- ไม่ต้องการคุณภาพงานที่สูงมาก
- มีภาพประกอบน้อย
- ไม่ควรเป็นงานพิมพ์หลายสี
- มีงบประมาณในการพิมพ์น้อย

2. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะกับการพิมพ์ระบบออฟเซต
- ควรมีจำนวนการพิมพ์เกิน 2,000 ชุดขึ้นไป
- มีภาพประกอบมาก
- ต้องการความรวดเร็วในการพิมพ์
- ต้องการพิมพ์หลายสี

3. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ระบบร่องลึก
- ควรมีจำนวนการพิมพ์มากกว่า 5,000 ชุด
- เป็นการพิมพ์บนกระดาษพลาสติกหรือฟอยด์
- ต้องการรายละเอียดของภาพสูง

 

 
ขั้นตอนในการออกแบบสิ่งพิมพ์

                
    1.  การทำต้นฉบับ  (Manuscript หรือ Copy)เป็นผลงานของผู้แต่ง  หรือผู้เขียนในต้นฉบับ 
ประกอบด้วยหัวเรื่อง  เนื้อเรื่อง  และอาจมีภาพตารางแผนภูมิ (Chart) หรือแผนภาพ (Diagram) 
ประกอบเรื่องด้วยก็ได้  ต้นฉบับควรใช้กระดาษหน้าเดียวจะเขียนด้วยลายมือก้ได้ แต่ต้องเขียนให้
เรียบร้อยอ่านง่าย
            
    2.  การทำต้นแบบร่าง (Dummy)นิยมเรียกกันว่าทำ  “ดัมมี่” ซึ่งหมายถึงการจัดหน้าของ
สิ่งพิมพ์ทั้งฉบับ มีลักษณะเหมือนการจำลองสิ่งพิมพ์ทั้งเล่มเพื่อใช้ในการกำหนดจำนวนหน้าใน
สิ่งพิมพ์นั้นๆ  ในทางปฏิบัติเมื่อผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์ได้รับเนื้อหาต้นฉบับมาครบเรียบร้อยแล้วก็จะ
คำนวนว่า  เนื้อหาจากต้นฉบับทั้งหมดเมื่อนำมาพิมพ์เป็นหนังสือทั้งเล่มจะได้จำนวนหน้าทั้งสิ้น
กี่หน้าซึ่งจะทำให้ผู้ออกแบบได้ทราบต่อไปว่าจะต้องใช้กระดาษจำนวนกี่ยกต่อเล่ม
               
    3.  การกำหนดตำแหน่งพื้นที่หน้าพิมพ์หรือการจัดหน้าพิมพ์  (Layout)นิยมเรียกกันโดยทั่วไป
ว่า “เลย์เอาท์” หมายถึงการกำหนดพื้นที่ของสิ่งพิมพ์ในแต่ละหน้าว่าจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
โดยอาจเป็นตัวอักษร  ภาพประกอบ  ว่าควรจะอยู่ในตำแหน่งบริเวณใด  จึงจะเกิดความเหมาะสม
งดงามตามหลักองค์ประกอบศิลป์และสามารถเร้าความสนใจจากผู้ดูสิ่งพิมพ์บางอย่างเช่น  ตำรา
ซึ่งมีแต่ตัวพิมพ์ล้วน ๆ ไม่มีภาพประกอบเมื่อผ่านขั้นตอนการทำต้นแบบร่าง (Dummy)ผู้พิมพ์ก็สามารถ
ดำเนินการจัดพิมพ์ได้ตามวัตถุประสงค์  แต่สิ่งพิมพ์บางอย่างเช่น นิตยสาร แผ่นพับ จุลสาร อนุสาร
ฯลฯ  ซึ่งล้วนแต่มีอักษณลักษณะพิเศษและภาพประกอบมีความต้องการให้เป็นสิ่งพิมพ์ที่งดงาม
สะดุดตา  ต้องมีการจัดหน้าหรือเลย์เอาท์  ในทางปฏิบัติหลังจากที่ผู้ออกแบบทำต้นแบบร่างหรือ
ดัมมี่แล้ว จะนำดัมมี่นั้นมาจัดทำเลย์เอาท์ทีละหน้า


     -  ภาพร่าง (Sketch)จะใช้วิธีเสก็ตซ์ไปบนหน้าสิ่งพิมพ์แบบคร่าวๆ เช่น ลากเส้นขยุกขยิกแทนภาพ 
ใช้ดินสอแรเงาเป็นผันปลาแทนตัวอักษร  ในขั้นภาพร่างนี้เรื่องที่สำคัญกว่าความละเอียดของภาพคือ
เรื่องสัดส่วน  ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนของรูปภาพและขนาดตัวอักษร

     -  รูปแบบสำเร็จ (Finished Layout)เป็นการทำเลย์เอาท์ขั้นละเอียดมากกว่าภาพร่างแต่ก็ยัง
ไม่ละเอียดที่สุดในขั้นนี้มีการออกแบบตัวอักษรที่พาดหัวเห็นชัดทั้งรูปแบบ สไตล์และขนาด สำหรับภาพ
ก็ไม่ใช้เส้นขยุกขยิกแสดงสัดส่วนของภาพเท่านั้น  แต่เป็นการแสดงภาพซึ่งอาจจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย
ก็ได้เหมือนกัน  ขนาดของตัวอักษรตลอดจนกรอบเนื้อเรื่องก็จะกำหนดอย่างถูกต้อง

     -  รูปแบบสมบูรณ์ (Comprehensives)เป็นการออกแบบพื้นที่ที่ละเอียดกว่าขั้นที่  2 เพราะ
ต้องการนำเสนอเพื่อพิจารณารายละเอียดที่สมบูรณ์ในขั้นนี้ตัวอักษรหรือภาพต้องมีลักษณะเหมือนจริง
ทุกประการ  หากเป็นภาพถ่ายก็จะถูกปะไว้ในจุดที่เป็นจริง  ตัวอักษรก็จะต้องทำให้เห็นถึงขนาดเนื้อที่
ที่ถูกต้อง  ซึ่งถ้าไม่พิมพ์ให้เหมือนจริงก็ต้องลากเส้นคู่  แสดงขนาดตัวอักษรให้แน่นอน