หลักในการพิจารณาออกแบบสิ่งพิมพ์

1. วัตถุประสงค์ของงานพิมพ์ เป็นการกำหนดเป้าหมายว่า เป็นสิ่งพิมพ์สำหรับบุคคลในลักษณะ
ใด เช่น วัย เพศ ระดับการศึกษา หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะใด เช่น เป็นหนังสือทางวิชาการ เริงรมย์
สารคดี เป็นต้น

2. รูปร่างของงานพิมพ์ โดยปกติสิ่งพิมพ์มักมีรูปร่างมาตรฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดังนั้น
การพิมพ์ให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าจึงไม่ทำให้กระดาษเสียเศษ ซึ่งมีทั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง
(Portrait)และสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน (Landscape)

3. ตำแหน่งจุดแห่งความสนใจในงานพิมพ์ มักพบว่าผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์จะให้ความสำคัญแก่
ปกหน้าเป็นพิเศษกว่าส่วนอื่น ทั้งนี้เพราะเป็นจุดดึงดูดสายตา และสามารถสร้างความน่าสนในแก่ผู้ดูใน
กรณีที่มีการแข่งขันกับสิ่งพิมพ์อื่น ๆ สำหรับการจัดหน้าภายในหนังสือนั้นสมัยก่อนมักให้ความสำคัญหน้า
ขวามือ หรือหน้าคี่ ได้แก่ 1,3,5,7ไปตามลำดับ แต่ในปัจจุบันจากผลการวิจัยพบว่าผู้อ่านให้ความสำคัญ
แก่หน้าหนังสือทางซ้ายเท่า ๆ กับหน้าขวา ดังนั้นในการจัดหน้าจึงควรออกแบบตกแต่งให้มีความประณีต
น่าสนใจเท่า ๆ กันและจากการวิจัยพบว่าผู้ดูจะมีความสนใจต่อตำแหน่งต่าง ๆ ของหน้าไม่เท่ากัน โดย
ความสนใจจะมีมากบริเวณมุมบนซ้ายสำหรับหนังสือหน้าซ้าย และมุมบนขวาสำหรับหนังสือหน้าขวา
จากนั้นความสนใจจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับเมื่อสายตาเลื่อนลงมาข้างล่างและน้อยที่สุดเมื่อใกล้บริเวณ
พับกลางของหนังสือ



 

 

 

 

การวางตำแหน่งของ ข้อความที่ต้องการเน้นควรอยู่บนเส้น GOLDEN PROPORTION จะสามารถเร้า
ความสนใจจากผู้ดูได้ดีที่สุด

Golden Proportion การจัดพื้นที่สำหรับการพิมพ์หน้าเดียว นิยมจัดเว้นขอบด้านซ้ายและขวาให้
แคบเท่ากันและให้ขอบด้านบนกว้างกว่าด้านข้างเล็กน้อยโดยให้ขอบด้านล่างมีความกว้างมากที่สุด

 

4. ขนาดของกระดาษที่จะทำสิ่งพิมพ์ ขนาดของสิ่งพิมพ์ย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของกระดาษ
เป็นสำคัญ สำหรับประเทศไทยนิยมใช้กระดาษ ขนาด 31'21นิ้ว โดยเรียกเป็นกระดาษ 1 ยก

ขนาดโดยประมาณ

ชื่อขนาด

31 ´ 43 นิ้ว

21 ´ 31 นิ้ว

15 ´ 21 นิ้ว

ตัด 1

ตัด 2

ตัด 4

5. ศักยภาพของระบบการพิมพ์

5.1 การพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพลส ผลของการพิมพ์จะได้ลักษณะดังต่อไปนี้
- การพิมพ์พื้นที่ทึบ (Solid)หรือที่เรียกว่า “พื้นตาย”ของระบบนี้จะลงไปบนกระดาษ
ที่ไม่เคลือบผิวมักแสดงให้เห็นลักษณะงานพิมพ์ที่พิมพ์ไม่ทั่วอยู่เสมอ
- หมึกจะหนาบริเวณขอบตัวอักษรและเม็ดสกรีน และจะมีรอยแตกขรุขระตามตัวอักษร
- จะมีรอยนูนที่ด้านหลังของงานพิมพ์เนื่องจากแรงกดของแม่พิมพ์

5.2 การพิมพ์ระบบแม่พิมพ์ร่องลึก ผลของการพิมพ์จะมีลักษณะดังนี้
- ถ้าขยายอักษรให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะเห็นขอบของตัวอักษรมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อย
- ในการพิมพ์บนพื้นทึบอาจเกิดรอยสีขาวตามขอบของโพรงหมึกได้
- ถ้าใบปาดหมึกแตกเป็นรอยบิ่นแหว่ง ทำให้ปาดหมึกได้ไม่หมด เมื่อพิมพ์ออกมาจะเห็นเส้น
หมึกบนงานพิมพ์ได้

5.3 การพิมพ์ระบบออฟเซต การพิมพ์ระบบนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือตัวอักษรพบว่าหมึกจะติดทั่วทั้ง
ภาพอย่างสม่ำเสมอขอบภาพและขอบตัวอักษรจะมีความคมชัดโดยมีการอัดบี้ตามขอบภาพเหมือน
การพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรส

5.4 การพิมพ์ระบบซิลคสกรีน การพิมพ์ระบบนี้ปริมาณหมึกพิมพ์จะติดบนชิ้นงานมากกว่าการพิมพ์
ด้วยระบบอื่น จนสามารถสัมผัสได้
- เป็นการพิมพ์ซึ่งสามารถพิมพ์ได้บนวัสดุทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ไม้ แก้ว โลหะ หนัง
พลาสติก ฯลฯ และสามารถพิมพ์ได้บนชิ้นภาพทุกลักษณะไม่ว่าจะเป็นผิวเรียบ ผิวโค้ง และ
ทรงกลม เช่น ขวด แก้ว ฯลฯ

ดังนั้น ผู้ออกแบบสิ่งพิมพ์จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจต่อลักษณะของการพิมพ์แต่ละระบบอย่างลึกซึ้ง เพื่อ
จะได้เลือกระบบการพิมพ์ให้ตรงกับความต้องการของงานพิมพ์ โดยมีหลักใน
การพิจารณาดังนี้

1. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ระบบเลตเตอร์เพรส
- มีจำนวนในการพิมพ์ไม่เกิน 2,000 ชุด
- ไม่ต้องการคุณภาพงานที่สูงมาก
- มีภาพประกอบน้อย
- ไม่ควรเป็นงานพิมพ์หลายสี
- มีงบประมาณในการพิมพ์น้อย

2. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะกับการพิมพ์ระบบออฟเซต
- ควรมีจำนวนการพิมพ์เกิน 2,000 ชุดขึ้นไป
- มีภาพประกอบมาก
- ต้องการความรวดเร็วในการพิมพ์
- ต้องการพิมพ์หลายสี

3. สิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ระบบร่องลึก
- ควรมีจำนวนการพิมพ์มากกว่า 5,000 ชุด
- เป็นการพิมพ์บนกระดาษพลาสติกหรือฟอยด์
- ต้องการรายละเอียดของภาพสูง

 

Comment

Comment:

Tweet